สัญลักษณ์

 

ประกอบด้วยวงกลมซ้อนกัน 2 วง

วงใน

            – ภายในเป็นตราสัญลักษณ์ งูพันคบเพลิง ซึ่งมีที่มาจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ หรือ Caduccus ของเทพพระเจ้าอะปอลโล ซึ่งเป็นคทาชนิดหนึ่งที่มีงูพัน 2 ตัว ปลายคทามีรูปปีก 2 ปีก หรืออีกนัยเป็นคทากับงูของ เอสคูลาปิอุส (Esculapius) ซึ่งเป็นเทพพระเจ้าแห่งแพทย์สมัยกรีก เป็นบุตรของเทพเจ้าอะปอลโลกับนางโคโรนิส ซึ่งนำไปฝากเลี้ยงกับดิรอนนักรบร่างครึ่งม้าครึ่งคน ดิรอนได้สอนให้เอสคูลาปิอุสรู้จักสรรพคุณของหญ้าและสมุนไพรต่างๆ ในการนำมารักษาคน ในสมัยก่อนคริสตกาล 1,200 ปี ขณะที่เอสคูลาปิอุสกำลังรักษาคนไข้อยู่นั้น มีงูเลื้อยไปพันรอบคทาของเอสคูลาปิอุสด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อว่างูบันดาลให้เอสคูลาปิอุสมีความสามารถพิเศษในการรักษาโรค นักปราชญ์โบราณ ชาวตะวันตกยังเชื่อว่าไม้คทานี้มีอำนาจ เป็นเครื่องหมายแห่งความประพฤติดี แห่งความเจริญรุ่งเรือง

จึงมีความหมายของงูพันคบเพลิง ดังนี้

1. ตัวคทา เปรียบด้วยอำนาจ

2. งู เปรียบด้วยความรอบรู้

3. ปีกสองปีก เปรียบด้วยความขยันหมั่นเพียร กระตือรือร้น

4. เปลวไฟ เปรียบด้วยสติปัญญาที่สว่างไสว

            – ฐานตราสัญลักษณ์งูพันคบเพลิง เป็นเชิงโบว์ระย้าสีม่วงเฟื่องฟ้าอันเป็นสีประจำศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก มีตัวอักษรคำอ่านภาษาบาลี ว่า “สติ คุณธรรม ปัญญา ปัณฑิตา ระตะนัง” ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของนิสิตนักศึกษา จากศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนครพิงค์ มีความหมายว่า สติ คุณธรรม ปัญญาเป็นรัตนะ แห่งบัณฑิต หรืออีกนัยหนึ่ง บัณฑิตที่วิเศษ และมีค่ามาก (บัณฑิตแก้ว) คือผู้มีสติ คุณธรรม ปัญญา เปรียบดั่งแผ่นดินที่เจริญงอกงามเป็นปึกแผ่น พระเจ้าจักรพรรดิ์ จะมีรัตนะ 7 คือ จักรรัตนะ(จักรแก้ว), หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว), อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว), มณีรัตนะ (มณีแก้ว), อิตถีรัตนะ (นางแก้ว), คหปติรัตนะ (ขุนคลังแก้ว), ปริณายกรัตนะ(ขุนพลแก้ว)

 

 วงนอก มีชื่อศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่วงรอบเป็นสีเขียวประจำคณะแพทย์ ระหว่างภาษาคั่นกลางด้วย สัญลักษณ์ช่อดอกไม้สีทอง มีกลีบดอก 3 กลีบ แทนกลีบดอกเฟื่องฟ้า ดอกไม้ประจำโรงพยาบาลนครพิงค์ ให้ความหมายของคำปฏิญาณตน 3 ข้อ ของนิสิตศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนครพิงค์ ดังนี้

1. ข้าฯ จะจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2. ข้าฯ จะถือปฏิบัติตาม พระราโชวาท แห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระ บิดาแห่ง            การแพทย์ไทย

3. ข้าฯ จะฝึกฝน ธำรงตน ให้เป็นบัณฑิตที่พร้อมด้วยสติ คุณธรรม และปัญญา